
40 ปีเคียงข้างคุณเคียงคู่อุตสาหกรรมไทย
บริษัท บีเอส อาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
BSR INTERNATIONAL CO.,LTD.
23 ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 10 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
23 Soi Narathiwad-Rajanakarin 10,Thungwatdon,Sathorn,Bangkok 10120
Tel : 0-2676-0830-3,0-2287-4200-2,0-2286-4563 Fax : 0-2213-2397
www.bsrinter.com E-MAIL: bsrbkk2006@hotmail.com
จนถึงวันนี้ นับเป็นเวลา 40 ปีแล้ว ที่บริษัท บีเอสอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เริ่มก่อตั้งขึ้น
มาพร้อมกับได้รับมอบสิทธิการเป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ส่งกำลังคุณภาพสูงภายใต้
ชื่อ "Optibelt" จากเยอรมันนีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา
พวกเราทุกคนที่นี่มีความภาคภูมิใจที่ได้เติบโต รับใช้ และมีส่วนร่วมในการพัฒนางานด้านอุตสาหกรรม
ของประเทศไทย มาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มจวบจนปัจจุบัน ด้วยคุณภาพสินค้า ประสบการณ์อันยาวนาน
และการให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพของเรา ทำให้ชื่อของ บีเอสอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล
เป็นที่ยอมรับและไว้วางใจอย่างแพร่หลายในทุกวงการอุตสาหกรรมทั่วประเทศ
เรามีปรัชญาในการทำงาน ที่ว่าความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า คือหัวใจการทำงานของเรา ด้วยเหตุผลนี้
ทีมงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ จึงยินดีที่จะให้คำแนะนำปรึกษา แก้ไข และบริการหลังการขายที่มี
คุณภาพแก่ลูกค้า โดยมีความมุ่งหวังสูงสุด ที่จะให้ลูกค้า ได้รับประโยชน์จากสินค้าและการบริการของเรา
อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด
 

|

VDO . ประวัติความเป็นมาของ สายพาน optibelt |
 |
|
"Optibelt" สายพานส่งกำลังและพูลเล่ย์ คุณภาพสูงจากเยอรมันนี สำหรับงานอุตสาหกรรมและยานยนต์ทุกชนิด ผลิตภัณฑ์ส่งกำลังคุณภาพสูงของ Optibelt ซึ่งมีเทคโนโลยี S=C Plusอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัว จะช่วยให้เครื่องจักร สามารถส่งถ่ายกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดอัตราการสึกหรอของชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องจักร ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงดูแลรักษาในระยะยาว ลดช่วง Shut down time ให้สั้นลง และเพิ่มเวลาในการผลิตได้นานขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ที่จะนำไปสู่การลดต้นทุนในการผลิต และเสริมสร้างผลกำไรให้สู่บริษัทในที่สุด
คุณสมบัติพิเศษ
-ทนความร้อนที่อุณหภูมิที่ 70 องศาเซลเซียสหรือ รุ่นพิเศษที่ทนมากกว่า
-ทนความเย็นที่อุณหภูมิที่ -40 องศาเซลเซียส
-ทนน้ำมัน
-ต้านทานต่อไฟฟ้าสถิตย์ ตามมาตราฐาน ISO 1813
-ความยาวที่เท่ากัน S=C PLUS ทำให้ฉุดกำลังได้เต็มประสิทธิภาพของเครื่องจักร
ท่านทราบไหมว่า ครั้งหนึ่งของปัญหาที่ผู้ผลิตสายพานประสบก็คือ ทำอย่างไรที่จะให้ความยาวถูกต้องแม่นยำที่สุด และการเก็บรักษาให้ขนาดคงที่ เหมือนตอนผลิตใหม่ อีกปัญหาหนึ่ง เพราะสายพานที่เก็บไว้ในสต็อกนาน ๆ จะเกิดการหดตัวของส่วนที่รับแรงดึง (Tension Cord) ทำให้ขนาดความยาวเปลี่ยนไป ทั้งนี้เนื่องจากขบวนการผลิตของผู้ผลิตสายพานเหล่านั้นไม่สามารถควบคุมขนาดความยาวของสายพานในแต่ละเบอร์ให้เท่ากันทุกเส้น และไม่สามารถควบคุมการหดตัวของสายพาน ที่ถูกจัดเก็บไว้นาน ๆ แต่ปัญหาทั้งหมดนี้ได้ถูกขจัดลงโดย เทคโนโลยีอันชาญฉลาดของ Optibelt ที่เรียกว่า "ORV" (Optibelt Rotary Vulcanization) อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัวของ Optibelt แต่เพียงผู้เดียวในโลก
กรรมวิธี ORV คือ ขบวนการผลิตโดยการนำสายพานที่ได้จากการผลิตเป็นเส้นแล้ว มาผ่านกรรมวิธีการอบด้วยความร้อน (Vulcanization) ด้วยเครื่องจักรชนิดพิเศษ ซึ่งในกรรมวิธีนี้ สายพานจะถูกขึงให้ตึง และหมุนผ่านเข้าไปในแกนหมุนที่มีการออกแบบให้ส่งถ่ายความร้อนออกมา ในอุณหภูมิที่เหมาะสม โดยสายพานจะถูกดึง และรีดผ่านแกนหมุนนี้ ในทิศทางเดียวกันกับที่จะถูกนำไปใช้ ซึ่งความร้อนจากแกนหมุน จะทำหน้าที่อบให้เนื้อยางสังเคราะห์ของสายพานอยู่ตัวคงที่ จึงทำให้สายพานที่ได้ออกมายาวเท่ากันทุกเส้นในนัมเบอร์เดียวกัน ดังนั้นสายพาน Optibelt จึงไม่ต้องมีรหัสย่อยอีก (Matching Numbers) ความยาวที่ถูกต้องและคงที่แบบนี้เรียกว่า Set-Constant (S=C)
สายพาน Optibelt เท่านั้น ที่ละเอียดอ่อนต่อการผลิต เพราะเป็นโรงงาน ผลิตสายพานโดยเฉพาะอย่างเดียวด้วยขบวนการ ORV จนเป็น Set-Constant จึงทำให้สายพานไม่มีการ หดตัว ยืดตัว ภายหลังการผลิตหรือจัดเก็บไว้ในสต็อกนาน ๆ
|
โดยสรุปแล้วท่านจะมีข้อได้เปรียบถึง 10 ประการ จากเทคโนโลยี S=C Plus ดังนี้ |
|
1. ลดการสูญเสียการส่งกำลัง จึงช่วยประหยัดพลังงานได้มากขึ้น |
|
2. ช่วยให้สายพานในชุดเดียวกันรับแรงฉุดเท่ากันทุกเส้น |
|
3. ทำให้ง่ายต่อการสต็อกสายพานไม่ต้องมีรหัสย่อย |
|
4. ลดการยืดของสายพานเพราะมีอัตราการยืดต่ำ |
|
5. ทำให้อายุของสายพานใช้งานได้ยาวนานกว่า |
|
6. ช่วยให้อายุการใช้งานของสายพานในชุดเดียวกัน ยาวนานเท่ากัน |
|
7. ลดการสั่นสะเทือน ทำให้ส่วนประกอบของเครื่องจักรสึกหรอได้น้อยลง |
|
8. ลดความละเอียดในการปรับศูนย์ส่งกำลัง เนื่องจากสายพานยาวเท่ากัน จึงช่วยใน การตั้งสายพานได้ง่าย |
|
9. ลดอุณหภูมิความร้อนที่เกิดขึ้นจากสายพานที่หย่อนทำให้เกิดการเสียดสีมากขึ้น จึงช่วยยืดอายุการใช้งาน |
|
10. ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ในการบำรุงรักษา |
|
|